ศูนย์ซ่อมมอเตอร์ AC DC VS MOTOR TRANSFORMER WATER PUMP
บริการตรวจเช็คมอเตอร์ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมวิเคราะห์ปัญหาด้วยทีมวิศวกรผู้เชียวชาญ
โทร 0-2174-6466 | โทรสาร 0-2174-6467 | สายด่วน 084-044-9384 | ดูแผนที่

(Motor Repair Center AC DC VS MOTOR TRANSFORMER WATER PUMP
Check motors with modern appliances. With analysis by a team of expert engineers.
Tel. 0-2174-6466 | Fax. 0-2174-6467 | Hotline. 084-044-9384 | View Map )

 

 

ตามคำสั่ง คสช.ที่ห้ามผู้โดยสารนั่งเบาะแค็บในรถกระบะ และรถที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2554 ขึ้นไปจะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้โดยสารและคนขับ กำลังเป็นประเด็นที่น่าสนใจอยู่ในขณะนี้ทำให้หลายคนเกิดความไม่พอใจโดยเฉพาะคนที่ใช้รถกระบะแบบมีแค๊บอาจเกิดความสับสนอยู่บ้างว่าจะต้องทำตัวอย่างไรต่อไป มีรายละเอียดอะไรบ้างตอนนี้ที่ต้องปฏิบัติตาม  ซึ่งมีข้อมูลจากไทยรัฐมาให้เพื่อจะได้ทราบข้อมูลกันค่ะ

1. รถกระบะที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ( ป้ายสีขาว ตัวอักษรสีฟ้า) ซึ่งเป็นรถกระบะที่มีหลังคาและมีที่นั่งสองแถว “ไม่ห้าม” สามารถนั่งตามที่นั่งที่จัดไว้ได้

2. รถกระบะที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (ป้ายสีขาว ตัวอักษรสีเขียว) และเดินทางบนถนนทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงระหว่างจังหวัด ทางหลวงระหว่างอำเภอ ทางหลวงชนบท และทางหลวงตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 “ห้าม” นั่งท้ายกระบะ มีความผิดฐานใช้รถผิดประเภท

3. รถกระบะมีแค็บ “ห้าม” นั่งในแค็บ เพราะส่วนที่เป็นแค็บไม่ได้ออกแบบให้เป็นที่นั่งแต่ไว้สำหรับใส่สิ่งของ มีความผิดฐานใช้รถผิดประเภท

สำหรับกรณีนั่งท้ายรถกระบะที่เจ้าหน้าตำรวจใช้ดุลพินิจ กรณี “ไม่ผิด” - นั่งท้ายรถกระบะที่เดินรถในถนนปิดที่จัดให้มีการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ และไม่มีการเคลื่อนที่ของรถหรือเคลื่อนที่อย่างช้าๆ - นั่งท้ายกระบะที่บรรทุกพืชผลการเกษตรซึ่งเดินรถในพื้นที่การเกษตร เช่น สวนหรือไร่นา.    ถึงแม้จะเป็นกฎหมายเก่าที่มีมานานแล้วแต่พึ่งมีการประกาศใช้ภาครัฐก็ควรต้องให้เวลาประชาชนปรับตัวด้วยเพราะที่ผ่านมาประชาชนเข้าใจว่าไม่ผิดและสามารถปฏิบัติได้ภาครัฐจึงควรให้เวลาประชาชนได้ปรับตัวและชี้แจงให้ข้อมูลแนวทางต่างๆให้ประชาชนได้มีทางปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ การมาประกาศใช้ช่วงสงกานต์เลยเป็นเรื่องลำบากสำหรับคนต่างจังหวัดที่ต้องเดินทางกลับบ้าน หรือผู้ประกอบการต่างๆได้ปรับตัวดำเนินชีวิตกันไปได้โดยไม่ต้องเสียเงินเสียทองเพิ่มกันอีกยิ่งสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้แล้วภาครัฐยิ่งต้องหามาตรการที่ประชาชนได้ดำเนินชีวิตกันต่อไปได้